เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

ข่าว:

                         เที่ยวเมืองนรก

               ครั้งที่ 39  วันที่  4  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2520

                 ตอน  ท่องแดนแหวกปากเอาเข็มทิ่มนรกน้อย

        ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏกาย ตรัสเป็นกลอนมีความว่า  :

             แดนศักดิ์สิทธิ์        มักซบเซา        ขาดนักธรรม
ต้องรับกรรม                      หากละเมิด        ผิดศีลธรรม
มุ่งสงบ                           หากหมั่นเพียร     มีผลนำ
คงจะกรรม                       หากตอแหล       ทุกข์ร่ำไป

อรหันต์จี้กง   :  ตนที่ 3  รีบสารภาพได้ก่อกรรมทำชั่วอะไรไว้ตอนเป็นมนุษย์ ?.

วิญญาณโทษ   :  ผมได้รับการศึกษาอยู่บ้าง
ท่องจำคำพังเพยสุภาษิตอยู่ไม่น้อย จึงมักจะถกเถียงกับญาติมิตรด้วยเหตุผลที่ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมเสมอ ๆ ที่พูดไปนั้นเป็นเพียงหลักธรรมผิด ๆ เพี้ยน ๆ และชอบนำเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลมากล่าวร้ายป้ายสีผู้อื่น เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลพูดว่า แกไม่ยกเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลไปปฏิบัติในทางสร้างบุญสร้างกุศล แต่กลับนำไปใช้ในทางไร้ประโยชน์เถียงอย่างข้าง ๆ คู ๆ ควรที่จะนับได้ว่าพูดเพ้อเจ้อ เมื่อปากแข็งนักจึงควรตัดสินให้กลืนกินลูกหนาม ให้ทดลองลิ้มรสชาติแห่งปากเหล็กฟันแข็งเสียบ้าง เวลานี้จึงมีปากเหมือนมีก้น (พูดไ่ออก) เสียจริง ๆ

อรหันต์จี้กง   : 
คนมีเหตุมีผลท่องเดินไปได้ทั่วโลก คนไร้เหตุไร้ผลก้าวเดียวก็ขยับไปไหนไม่รอด ชาวโลกเมื่อจะพูดจะจาควรพูดตรงตามหลักธรรม เช่นพูดว่า การฆ่าเขาตายเพราะว่าเขาผู้นั้นชีวิตมันถึงฆาตแล้ว โดยไม่ใช่ตายเพราะฉันไปฆ่ามันพูดแบบนี้ก็คือพูดอย่างข้าง ๆ คู ๆ ปราศจากเหตุผล ผู้ที่ชอบพูดแบบน้ำขุ่นไม่ตรงต่อเหตุผล เมื่อตายลงแล้วต้องถูกลงโทษแน่นอน ถามวิญญาณโทษตนที่ 4 อีกที แกมาตกนรกนี้ด้วยเหตุใด?. 

วิญญาณโทษ   :  ผมตอนมีชีวิตอยู่สะสมเงินทองไว้ได้ไม่น้อย เนื่องจากโลภอยากได้ดอกผลเพิ่มพูน ประดาผู้ที่เดือนร้อนจะใช้เงินหรือคนยากจนจะมายืมเงินจากผม ล้วนเรียกดอกเบี้ยอย่างสูงมาก ฉะนั้นทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย กระเป๋าก็ตูมขึ้นทุกวัน ถ้าฝ่ายกู้ยืมถึงกำหนดเวลาแล้วไม่สามารถชำระเงินคืนก็จะเสี้ยมสอนอันธพาลไปข่มขู่ พอตายลง ท่านยมบาลจึงกล่าวหาว่าผมปล่อยกู้ขูดรีด ดูดกินเลือดคน กอบโกยอย่างโหดเหี้ยมเกินควร ต้องลงโทษด้วยการกลืนกินหนามเหล็ก มันทรมานเหลืือที่จะรับไว้จริง ๆ

พัศดี   :  คนรวยบางคนมีจิตใจแข็งกระด้างดุจเหล็กดุจทอง ยึดอาชีพปล่อยเงินกู้ ด้วยการเก็บดอกเบี้ยสูงลิ่ว แม้ว่าฝ่ายกู้จะสมยอมด้วย แต่ใจคอโหดเหี้ยมเกินไป เสมือนหนึ่ง "กินทองเหลือง กินเหล็กได้" เมื่อตายลงแล้วให้มันได้ชิมรสชาติแห่ง "รวยแล้วไม่มีความเมตาสงสารผู้อื่น จึงขอเตือนบรรดาผู้ที่ร่ำรวยในแดนมนุษย์ ตัวเองมีเงินทองเหลือใช้ให้ผู้อื่นหยิบยืม อย่าได้เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงนักไปรีดไถเขา ควรปล่อยกู้ด้วยดอกเบี้ยต่ำ ๆ การช่วยเหลือผู้อื่นเปนรากเหง้าแห่งความสุข ไฉนจึงไม่ปฏิบัติเล่า

อรหันต์จี้กง   :  เวลาดึกมากแล้วสำหรับวันนี้ เจ้าหยางเซิงเตรียมกลับสำนัก ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลายที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ขอลาก่อนละ

พัศดี   :  ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

หยางเซิง   :  กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้วเชิญท่านอาจารย์กลับสำนัก.....

อรหันต์จี้กง   :  ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว  หยางเซิงลงจากดอกบัว  วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม

                       เที่ยวเมืองนรก

               ครั้งที่ 40  วันที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2520

                 ตอน  ท่องแดนตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย

        ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏกาย ตรัสเป็นกลอนมีความว่า  :

               อิงแอบกาย        ที่เมื่อยเปลี้ย        ในราตรี
ประสาทศรี                        ศักดิ์สิทธิ์            ใหม่ผ่องแผ้ว
กวาดล้างเสีย                     ฝุ่นละออง            ชะบาปแล้ว
คนไม่แคล้ว                       ต้องลำบาก          ทำไมหนอ

อรหันต์จี้กง   :  ทั้งภายในและภายนอกของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ตกแต่งลงเรียบร้อยแล้ว
รู้สึกว่าหน้าตาสดใสผ่องแผ้วสง่างามขึ้นเทพเทวาท่านชอบสถานที่ที่สะอาดหมดจด มวลชนที่ต้องการจะพบเห็นเทพเทวานั้น ต้องชำระล้างร่างกายจิตใจให้สะอาดเรียบร้อย มิเช่นนั้นตาทิพย์จะถูกปกปิดด้วยฝุ่นละอองยากที่จะมองทะลุทิวทัศน์บนสวรรค์ วันนี้เตรียมไปท่องแดนนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเสีย

หยางเซิง   :  ขอรับคำบัญชา !วันนี้เห็นท่านอาจารย์สดชื่นเบิกบานมาก มิทราบว่าท่านมีความสุขด้วยสิ่งใด?.

อรหันต์จี้กง   :  เมื่อมาถึงสถานที่ผผ่องแผ้วแห่งธรณีศักดิ์สิทธิ์ เห็นปราสาทอันทรงธรรมศักดิ์สิทธิ์ปราศจากฝุ่นละอองแม้แต่ผงธุลี  ความกลัดกลุ้มที่เกาะจับอยู่ในหัวใจจึงคลายออกจนหมดสิ้น ก็เลยเป็นสุขหายกังวล

หยางเซิง   :  ชาวโลกมักพูดว่า "เมื่อไม่เห็นก็นับว่าสะอาดหมดจด" ท่านอาจารย์มีความเห็นประการใด?.

อรหันต์จี้กง   :  พุทธเทพท่านสามารถทรงอำนาจแห่งความมั่นคงชนิดนี้ได้ แต่ปุถุชนจะไม่มีทางเสมอเหมือนได้ "มุมตาย" (มุมมืด) ที่ไม่สามารถมองเห็นนั้นมักจะสกปรกเหลือหลาย ประพฤติความชั่วร้ายในมุมมืด จะเรียกว่าเมื่อมองไม่เห็นให้ถือเป็นสะอาดหมดจดได้อย่างไรเล่า

หยางเซิง   :  ท่านอาจารย์พูดสมเหตุสมผลมาก กระผมนั่งบนดอกบัวเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้แล้ว.....

อรหันต์จี้กง   :  ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว

หยางเซิง    :  วันนี้เรามาถึงที่นี่ เห็นแต่ยมทูตคุมตัววิญญาณโทษรุดไปข้างหน้า ยังไม่ได้ยินเสียงร้องจากการถูกทำโทษเลย

อรหันต์จี้กง   :  วันนี้เรามาเยี่ยมชม "ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย" ก็เพราะว่าวิญญาณโทษเหล่านั้นที่รับการลงโทษให้ความทรมานอย่างเชื่องช้า จึงมีแต่เสียงครวญครางเจ้าจะได้เห็นโดยละเอียดหลังจากนี้สักครู่  นี่ก็ได้ใกล้กับประตูคุกอยู่แล้ว พัศดีกับนายทหารก็ได้มาคอยต้อนรับเราแล้ว

หยางเซิง   :  ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย ข้าพเจ้าพร้อมท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านในวันนี้ขอให้ความสะดวกด้วย

พัศดี   :  หามิได้ ! คุกนี้คือ "ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย" ซึ่งขึ้นกับท่านเปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่ 6 สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตง รับประทับทรงบรรยายธรรม มีบุญกุศลกว้างใหญ่ล้ำลึกยิ่งนัก คราวนี้ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" เปิดเผยเหตุการณ์ของยมโลกปลอบเตือนกอบกู้ชาวโลก ความบากบั่นอุตสาหะน่าสรรเสริญยิ่งนัก คุกเรานี้สามารถตีพิมพ์ลงในหนังสืออันมีค่าเปรียบเสมือนทองคำเล่มนี้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เชิญท่านทั้งสองเข้าไปชมดูภายใน

หยางเซิง   :  ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้การแนะนำ โอย !ภายในคุกล้วนปูด้วยตาข่ายหนามแหลม เสมือนหนึ่งลวดหนามสิ่งกีดขวางในแดนมนุษย์ บนพื้นดินก็บุอีกชั้นหนึ่ง และมีน้ำขังเปียกชุ่มอยู่ ด้านบนก็มีอีกชั้นคุมไว้ด้วย ตัวตนยืนตรงไม่ได้ เวลาเดินต้องใช้คลานเอา พอเงยหัวขึ้นศีรษะและแผ่นหลังจะโดนหนามเหล็กทิ่มแทงบาดเจ็บ วิญญาณโทษแต่ละตนครวญเสียงอย่างหมดอาลัย เสื้อผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี บนตัวยังมีสิ่งของ 2 สิ่งติดอยู่ เนื่องจากอยู่ในระยะห่างไกลพอสมควร ข้าพเจ้ามองเห็นไม่ถนัดนัก ขอท่านพัศดีบอกให้ทราบด้วย จะได้หรือไม่ประการใด?.

พัศดี   :  อ้าย 2 สิ่งนั้น สิ่งหนึ่งคือตัวตั๊กแตน อีกสิ่งหนึ่งคือตัวปลิง ซึ่งดูดกินมันสมองและโลหิตโดยเฉพาะ

อรหันต์จี้กง   :  เราขึ้นหน้าไปอีกหน่อย เจ้าจะได้มองเห็นชัดเจนขึ้น

หยา่างเซิง   :  ดีซิครับ โอ้โฮ้ ! ที่แท้บนตัววิญญาณโทษโดนพวกปลิงเกาะติดทั้งตัวเลย มองดูแล้วรู้สึกหวาดเสียวมากจริง ๆ แล้วบนศีรษะยังมีตัวตั๊กแตนเกาะเต็มไปด้วย ที่จริงแล้วมันกำลังดูดกินอะไรนะ ?.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/09/2012 เวลา 19:49 น.
โดย หนึ่งเดียว หลุดพ้น
»


                        เที่ยวเมืองนรก

               ครั้งที่ 40  วันที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2520

                 ตอน  ท่องแดนตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย

        ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏกาย ตรัสเป็นกลอนมีความว่า  :

               อิงแอบกาย        ที่เมื่อยเปลี้ย        ในราตรี
ประสาทศรี                        ศักดิ์สิทธิ์            ใหม่ผ่องแผ้ว
กวาดล้างเสีย                     ฝุ่นละออง            ชะบาปแล้ว
คนไม่แคล้ว                       ต้องลำบาก          ทำไมหนอ 

อรหันต์จี้กง   :  ตัวปลิงมีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า "หม่าม้อ" (ปลิงใหญ่ชนิดหนึ่ง)
มีชุมที่สุดในหนองน้ำร่องลึก พอมันเกาะอยู่กับตัวคนโลหิตจะถูดดูดกินจนหมดเกลี้ยง ชาวโลกหวาดกลัวยิ่งนัก ตัวตั๊กแตนเป็นพวกทำลายต้นข้าวเป็นแมลงที่ให้โทษ แมลงตั๊กแตนฝูงหนึ่งสามารถกัดกินต้นข้าวทั้งปวงให้เหลือแต่ซาก บัดนี้ตัวตั๊กแตนทั้งฝูงกำลังดูดกินมันสมองของวิญญาณโทษอยู่

พัศดี   :  เนื่องจากตัวตั๊กแตนเลือกกินแต่น้ำหล่อเลี้ยงใบต้นข้าวโดยเฉพาะ วันนี้มันมาแปลงกายเกิดอยู่ในนรก จึงดูดกินแต่มันสมองของคนซึ่งเป็นของเหลวสีขาวเช่นเดียวกัน

หยางเซิง   :  น่าสะพรึงกลัวเป็นที่ยิ่ง ข้าพเจ้าเห็นแล้วทำให้หัวใจชักอ่อนแรงลง หายใจครึดครากมือเท้าอ่อนนุ่มหมดเรี่ยวแรง

อรหันต์จี้กง   :  มิต้องหวั่นกลัว เราท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือ ซึ่งมาตามพระราชโองการ มีข้าฯอยู่เป็นเพื่อนด้วยทำใจให้กล้าเถิด

พัศดี   :  ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่ ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ 2- 3 ตนมาบอกเล่าหลักฐานในคดีที่มันก่อขึ้น

หยางเซิง   :  ขอบคุณท่านพัศดีมาก แต่ขอให้เร็วหน่อย และต้องเอาตัวปลิงเกาะวิญญาณโทษนั้นออกหมด ข้าพเจ้ากลัวสิ่งนี้เป็นที่สุด

พัศดี   :  ได้ครับ !  ท่านคอยสักครู่นะครับ...สิ่งร้ายสองสิ่งได้เอาออกหมดแล้ว ท่านหยางเซิงมิต้องตกใจ  สั่งให้วิญญาณโทษ 2 ตนนี้สารภาพเรื่องไม่ดีที่ทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่ ที่ต้องมารับโทษที่นี่ด้วยเหตุใด ๆ ท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองมนุษย์ ได้มายังยมโลกเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแห่งการทำชั่ว แกทั้งสองจงร่วมมือสารภาพออกมา เพื่อเอาไปปลอบเตือนชาวโลก

วิญญาณโทษ   :  ตอนอยู่ในแดนมนุษย์ผมเป็นตุลาการผู้พิพากษา ดำเนินการพิจารณาคดีความ เนื่องจากได้รับสินบนจากฝ่ายจำเลยเป็นเหตุให้คดีดำเนินและตัดสินไปโดยไม่ยุติธรรม จึงเกิดการทำให้คนติดคุกโดยปราศจากความชอบธรรมแห่งขบวนความ ตอนนั้นได้รับทรัพย์สินเงินทองที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายไม่น้อย แม้ว่าจะเคยได้ยินผู้คนพูดว่า "มันเป็นตุลาการแล้วไม่อยู่ในความยุติธรรม ละโมบทรัพย์ตัดสินไม่เที่ยงตรง เมื่อตายลงแล้วย่อมได้รับกรรมสนองตอบ" แต่บางครั้งใจก็คิดว่า ในชาตินี้ขอให้ร่ำรวยมียศศักดิ์ศรี มีอำนาจบาทใหญ่ชาติหน้าจะเป็นฉันใดก็ช่างหัวมัน เมื่อตายลงแล้วผ่านหอกระจก (กรรม) วิเศษฉายปรากฏออกซึ่งเหตุการณ์คอร์รัปชั่น หรือการตัดสินที่ผิดศีลธรรมไม่เที่ยงตรง ล้วนถ่ายออกมาเป็นฉาก ๆ ดังภาพยนตร์เห็นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนต่อหน้าต่อตา นอกจากรับการลงโทษจาก "นรกอุจจาระ ปัสสาวะแล้วยังส่งขุมที่ 6 นี้อีก ท่านเปียงเซี้ยอ๊วง ตวาดว่าตัวผมเป็นผู้พิพากษาตุลาการ รู้กฏหมายถือกฏหมายทำผิดกฏหมายโทษฐานนั้นยิ่งใหญ่หนักหนา ตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ใน "นรกตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะ" รับความทรมานทุกวี่วัน ต้องคลานไปภายใต้ตาข่ายหนามทั่วทั้งร่างกายโดนตัวตั๊กแตน ตัวปลิงเจาะกิน เจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กาย พลังกายพลังใจแทบจะสูญสิ้นทลายลง ทรมานเหลือที่จะกล่าว

พัศดี   :  รู้กฏหมายแล้วทำผิดเอง เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นดูแคลนกฏบัตรแห่งสวรรค์เป็นที่ยิ่ง ขอเตือนผู้รักษากฏหมายในเมืองมนุษย์ ควรถือเป็นแบบอย่างของท่านเปาปุ้นจิ้น เคร่งครัดซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม ทำชนิดลงโทษคนดีไม่ปล่อยคนชั่ว เพื่อแผ้วถางสิ่งชั่วร้ายกำจัดทุจริตในสังคม แผ่เมตตาธรรมแทนฟ้าสวรรค์ ท่านจะได้บุญกุศลมหาศาล หากไม่ทำตามกฏวินัย เห็นแต่ได้ เสียความเที่ยงธรรม โลภรับสินบนเมื่อตายลงต้องรับโทษอย่างหนักจากแดนนรกแล้วจะมีผลพลอยให้ลูกหลานแหลนไม่เจริญไปด้วย  ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแต่โบราณกาลแล้ว การตอบสนองนั้นล้วนจะไม่เข้าใครออกใคร วิญญาณโทษตนที่ 2 รีบเล่าความผิดที่สร้างไว้ในปางก่อน

วิญญาณโทษ   :  เนื่องจากผมมีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง ตอนอยู่เมืองมนุษย์เคยมีหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองในบ่อนการพนันและสถานที่เริงรมย์ต่าง ๆ เรียกเก็บค่าที่คุ้มครองยังชีพไปวัน ๆ ก็ผ่านไปอย่างสุโขไม่น้อยจะกินจะดื่มมั่วกันสนุกสารพัด แต่หารู้ไม่ว่าตายลงแล้วท่านยมบาลตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ในคุกนี้ ความทรมานนั้นหาที่เปรียบมิได้จริง ๆ แสนที่จะอเน็จอนาถเหลือประมาณ

พัศดี   :  อย่าปิดบังความชั่วอื่น ๆ อีกนะ ให้พูดออกมาเร็ว มิเช่นนั้นจะลงโทษให้หนักกว่านี้อีก

วิญญาณโทษ   :  ครับผม ผมจะพูด เนื่องจากผมใหญ่พอในสังคมมืด จึงไม่คิดจะอาศัยกำลังกายไปหากิน หากเวลาเงินทองขาดมือ ก็มักจะไปรีดไถเอาจากร้านที่ค้าขาย ทำอย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติจนชีวิตจะหาไม่

อรหันต์จี้กง   :  บรรดาผู้คนที่ไม่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยงานการสุจริต เอาแต่รีดไถเงินทองผูั้อื่นที่หามาด้วยหยาดเหงื่อเลือดเนื้อนั้นล้วนต้องมาลงเอยกันอีแบบนี้ทั้งสิ้น ขอเตือนชาวโลกจงสำนึกตัวตื่นขึ้นและกลับตัวกลับใจเวลาดึกมากแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนักได้

หยางเซิง   :  ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลายที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง เพราะเหตุว่าเวลาหมดลง เราขอลาก่อน

พัศดี   :  ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์

หยางเซิง   :  กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับสำนักเถิด...

อรหันต์จี้กง   :  ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม
  • YinYang
  • 08/01/2019 เวลา 11:40 น.