เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

ข่าว:

     
    ISBN :
เที่ยวเมืองสวรรค์
นำโดย พระอรหันต์จี้กง
.

ผู้เขียน 
บัญชา ศิริไกร แปลและเรียบเรียง

ขนาดรูปเล่ม
X

จำนวน
x หน้า

ชนิดกระดาษ
กระดาษปอนด์ ขาว

จัดทำโดย
ทันตกิจคลีนิก

ออกแบบโดย
สมรัตน์ ธนกมลนันท์ ปกและรูป
นภาพร สุคนธ์น้อย เหรัญญิก

พิมพ์ที่
ห้างหุ้นส่วนจำกัด รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์ 
93 - 93/1 ถนนนครสวรรค์  แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100 
โทร. 281-4283 , 282-4520 โทรสาร 281-9123

เดือน/ปีที่พิมพ์ 
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2530 จำนวน 18,000 เล่ม
พิมพ์ครั้งที่เจ็ด พ.ศ. 2543 จำนวน 10,000 เล่ม

ราคา 
X บาท

สนใจติดต่อ 
ทันตกิจคลีนิก 745/43-44 ถ.เพชรบุรี ประตูน้ำ ปากซอยเพชรบุรี 19 ราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทร. 02-2529484, 02-2526297

โรงเจลั้งเต็กตึ้ง  236  ซอยอาภาภิรม ( ข้างอาคารแสดงสินค้า กรมพาณิชย์สัมพันธ์ )
ถนนรัชดา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร 513 - 1056





สารบัญ

คำนำผู้แปล
ประวัติพระอรหันต์จี้กง
พระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์
เทวโอการ  พระบรมจักรพรรดิ์จอมเทพเจ้า  ( ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ )
คำอนุโมทนา  พระศาสดาแห่งเต๋า
ไท้เสียงบ้อเก็กฮุ้งง้วนเทียนจุง
คำอนุโมทนา  สมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์
คำอนุโมทนา  พระอวโลเกติศวรโพธิสัตว์ ( พระแม่กวนอิม )

ครั้งที่ 1     เที่ยวสวรรค๋ด่านทักษิณ ( หน่ำเทียนมิ่ง ) ฟังธรรมท่านมหานักปราชญ์ ( ไต่เซี่ย )
ครั้งที่ 2     ชมพระที่นั่งวรสวรรค์ทักษิณ นมัสการพระบุ้งฮ้วง ราชาแห่งนักปราชญ์
ครั้งที่ 3     ชมพระที่นั่งวรสวรรค์ทักษิณ ฟังธรรมจากราชาแห่งนักปราชญ์อีกครั้ง
ครั้งที่ 4     ชมมหาวิสุทธิปราสาท ( ไท้เชงเก็ง ) ฟังธรรมจากพระศาสดาแห่งเต๋า พระไท้เสียงเล่ากุง
ครั้งที่ 5     ชมมหาวิสุทธิปราสาท (ไท้เชงเก็ง) ฟังธรรมจากพระศาสดาแห่งเต๋าอีกครั้ง
ครั้งที่ 6     ชมพระอนุตตรวิสุทธิปราสาท (เซี่ยงเชงเก็ง) ฟังธรรมจากพระญาณรัตนวิสุทธิเทพ (เล่งป้อเทียนจุง)
ครั้งที่ 7     เที่ยวไตรวิสุทธิคงคา (ซำซองฮ้อ) ฟังธรรมจากหลวงปู่คงคา (ฮ้อเจี่ยกง)
ครั้งที่ 8     ชมพระอนุตตรวิสุทธิปราสาท (เซี่ยงเชงเก็ง) ฟังธรรมจากพระญาณรัตนวิสุทธิเทพอีกครั้ง
ครั้งที่ 9     ชมวรวิสุทธิปราสาท (เง็กฮือเก็ง) ฟังธรรมจากพระบุพวิสุทธิเทพ (ง่วนซี่เทียนจุง)
ครั้งที่ 10   เยี่ยมวร (สูญญูต) วิสุทธิปราสาท ฟังพระบุพวิสุทธิเทพบรรยายธรรมอีกครั้ง
ครั้งที่ 11   เยี่ยมวร (สูญญูต) วิสุทธิปราสาท ครั้งที่ 3 ฟังธรรมจากพระบุพวิสุทธิเทพ และเข้าพบพระจอมราชัน (เฮี้ยงเฮี้ยงเซี่ยงหยิ้ง)
ครั้งที่ 12   ชมปราสาทบูรพมังคลาวิหาร (ตังฮั้วเก็ง) ฟังการบรรยายธรรมจากพระบูรพมงคลเทพเจ้า (ตังฮั้วตี้กุง)
ครั้งที่ 13   ชมปราสาทบูรพมังคลาวิหาร ฟังการบรรยายธรรมจากพระบูรพมงคลเทพเจ้าอีกครั้ง
ครั้งที่14   เที่ยวปราสาทบูรพมังคลาวิหาร ชมต้นไม้วิญญาณเดิมของชาวโลก
ครั้งที่ 15   เที่ยวปราสาทบูรพมังคลาวิหาร ชมต้นไม้วิญญาณเดิมของชาวโลก อีกครั้ง
ครั้งที่ 16   เที่ยวปราสาทบูรพมังคลาวิหาร (หน่ำฮั้วเก็ง) ฟังพระทักษิณมงคลเทพเจ้า (หน่ำฮั้วตี้กุง)
ครั้งที่ 17   ชมปราสาททักษิณมังคลาวิหาร อีกครั้ง  ฟังการบรรยายธรรมจากท่านพระทักษิณมงคลเทพเจ้า
ครั้งที่ 18   ชมปราสาทประจิมมังคลาวิหาร (ไซฮั้วเก็ง) ฟังการบรรยายธรรมจากสมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์ (เอี่ยวตี้กิมบ้อ)
ครั้งที่ 19   ชมปราสาทประจิมมังคลาวิหาร ฟังการบรรยายธรรมจากสมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์ อีกครั้ง
ครั้งที่ 20   ชมปราสาทประจิมมังคลาวิหาร ฟังการบรรยายธรรมจากสมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์ ครั้งที่สาม
ครั้งที่ 21   ชมปราสาทอุดรมังคลาวิหาร (ปั๊กฮั้วเก็ง) ฟังการบรรยายธรรมจากพระอนุตตรมงคลเทพเจ้า (ปั๊กฮั้วตี้กุง)
ครั้งที่ 22   ชมปราสาทอุดรมังคลาวิหาร ครั้งที่สอง ฟังการบรรยายธรรมจากพระอนุตตรมงคลเทพเจ้า
ครั้งที่ 23   ชมปราสาทมัชฌิมามังคลาวิหาร (ตงฮั้วเก็ง) ฟังการบรรยายธรรมจากพระมัชฌิมามงคงเทพเจ้า (ตงฮั้วตี้กุง)
ครั้งที่ 24   ชมปราสาทมัชฌิมามังคลาวิหาร ครั้งที่สอง ฟังการบรรยายธรรมจากพระมัชฌิมามงคลเทพเจ้า
ครั้งที่ 25   ท่องดอยนพเทพคีรี (กิ้วเซียงซัว) ชมคูหาสวรรค์ (ท้อง้วนตั่ง) เยี่ยมนมัสการท่านมหาเทพสิทธบุตร (ก้วงเซ้งจื้อไต่เซียง)
ครั้งที่ 26   เที่ยวชมสิทธาลัยมหาปราสาท (ไต่เซ้งเต่ย) เข้าเยี่ยมคำนับท่านบุพเมธาจารย์ (จี่เซี่ยโซยซือ)
ครั้งที่ 27   เที่ยวอัครมหาวิหาร (ไต่เฮี้ยงป้อเต่ย) ทิศตะวันตก เข้านมัสการเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระศากยมุนีพุทธเจ้า) (เสกเกียม้งนี่ฮุก)
ครั้งที่ 28   ท่องโพธาคีรี (โพวท้อซัว)แห่งทะเลใต้ฟังการบรรยายธรรมจากพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระแม่กวนอิม)
ครั้งที่ 29   ท่องแดนสุขาวดีแดนพุทธเกษตร (ไซฮึงเก๊กลัก) ฟังการบรรยายธรรมจากพระอมิตาภพุทธเจ้า (ออนี่ท้อฮุก)
ครั้งที่ 30   ท่องปราสาทตรีรัชภพ (ซำกัวเต่ย) นมัสการพบพระรัชสวรรคภพมหาราช (เทียนกัวไต่ตี่)
ครั้งที่ 31   ท่องปราสาทตรีราชภพ (ซำกัวเต่ย) นมัสการพบพระธรณีศวรมหาราช (ตี่กัวไต่ตี่)
ครั้งที่ 32   ท่องปราสาทตรีราชภพ (ซำกัวเต่ย) นมัสการพบพระรัชสุธารสมหาราช (จุ้ยกัวไต่ตี่)
ครั้งที่ 33   ชมปราสาทวีรชน (ตงหงีเต่ย) และปราสาทบุตรกตัญญู (เฮ่าจื้อเต่ย)
ครั้งที่ 34   เที่ยวแดนต่อแดนระหว่างโลกมนุษย์กับยมโลก (อิมเอี้ยงไก่ย์) เพื่อดูผู้คนกลับคืนสู่สวรรค์
ครั้งที่ 35   ท่องเที่ยวไตรภพ (ซำไก่ย์) ได้พบกับเทวดาแปดองค์ (โป๊ยเซียน)
ครั้งที่ 36   ไปงานฉลองความสำเร็จที่วังสระทิพย์

เทวโองการพระบรมจักรพรรดิ์จอมเทพเจ้า (ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้)       
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03/06/2021 เวลา 19:26 น.
โดย Tik
»

                             เที่ยวเมืองสวรรค์   

                                  คำนำ

                             พิมพ์ครั้งที่สอง

        นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525  ที่ข้าพเจ้าได้พิมพ์หนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"  ออกเผยแพร่ ก็ได้รับความสนใจจากท่านทั้งหลายเป็นอย่างมาก จนต้องพิมพ์ซ้ำถึง 7 ครั้ง นับจำนวนหลายหมื่นเล่ม และในปี พ.ศ. 2528  ก็ได้แปลหนังสือวงเวียนกรรมสัตว์เดรัจฉาน (สัตว์โลก) ออกเผยแพร่อีกเล่มหนึ่ง ก็เป็นที่สนใจอย่างมาก จนต้องพิมพ์ซ้ำถึง 3 ครั้ง จำนวนกว่าสองหมื่นเล่ม ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า เป็นหนังสือธรรมะที่ดี ในปีนี้ ข้าพเจ้าก็ได้แปลหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือ "เที่ยวเมืองสวรรค์" ซึ่งอยู่ในมือของท่านขณะนี้  เป็นหนังสือที่แปลจากฉบับภาษาจีนอีกเช่นเคย เป็นหนังสือธรรมะที่มีหลักธรรม ของศาสนาพุทธ เต๋า และขงจื้อ ผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่ง ตั้งแต่สมัยโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นวัฒนธรรมจีนไป ขอท่านผู้อ่านโปรดเข้าใจด้วย เพื่อแยกแยะให้ออกว่าธรรมะข้อใดเป็นของ พุทธ เต๋า หรือ ขงจื้อ จะได้ไม่สับสน  ความผิดพลาดย่อมมีอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะ ความรู้ในด้านพระธรรมของข้าพเจ้ายังห่างไกลนัก อีกทั้งด้อยสติปัญญาในเชิงภาษา กาพย์ กลอน ส่วนปกและรูปในหนังสือ ข้าพเจ้าก็พยายามเขียนให้เข้ากับเนื้อเรื่อง สีสันไม่ปราณีตเท่าที่ควร หากมีนักเขียนภาพ ที่มีกุศลจิต จะร่วมสร้างกุศลก็ขอเชิญ เพื่อจะได้ลงพิมพ์ในคราวหน้า ความดี เฉกเช่น เมืองนรกสำหรับผู้ก่อกรรมทำชั่ว ซึ่งเป็นไปตาม "กฏแห่งกรรม" อันเป็นหลักเหตุและผล ทั้งนรกและสวรรค์เป็นผลจากกรรม อันเป็นเหตุปัจจัยทั้งสิ้น หลาย ๆ ท่านก็เข้าใจว่า นรกสวรรค์อยู่ที่ใจเท่านั้น  อันนั้นก็เป็นเหตุผลเพียงปลอบประโลมใจ ของผู้ที่ยังเข้าไม่ถึง สัจธรรม  อนึ่ง หนังสือเล่มนี้ ประกอบไปด้วย หลักธรรมต่าง ๆ มากมายอันเป็นสาระ แก่นสารสำหรับผู้อ่านจะได้เลือกไปใช้ให้ถูกกับจริตของตนเอง เพื่อความสุขความเจริญของชีวิตยิ่ง ๆ ขึ้น สำหรับความผิด บกพร่องต่าง ๆ และความไม่สันทัดในเชิงภาษา กาพย์ กลอน กระผมกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ส่วนที่สร้างกุศล ก็ขอให้กุศลผลบุญ จงเป็นพลวปัจจัย ให้ท่านได้บรรลุนิพพานเทอญ
                                                              สวัสดี

                                                   ทันตแพทย์ บัญชา  ศิริไกร

                                                      22  มีนาคม 2532

                                    เที่ยวเมืองสวรรค์   

                                          คำนำ

                                    พิมพ์ครั้งที่เจ็ด

        นับตั้งแต่ขัาพเจ้าได้แปลหนังสือธรรมะเล่มแรกคือ "เที่ยวเมืองนรกเมื่อปี 2524 เป็นต้นมา ข้าพเจ้าก็ได้แปลหนังสือเล่มอื่น อาทิ วงเวียนกรรมสัตว์โลกเที่ยวเมืองสวรรค์  เส้นทางอริยะฯ  ซึ่งมีจำนวนสิบกว่าเล่ม มีอยู่หลายเล่มที่ได้รับการพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเสมอมา  ความดีเป็นธรรมที่คู่กับความชั่วฉันใด สวรรค์ก็เป็นธรรมคู่กับนรกฉันนั้น กฏแห่งกรรมเป็นมติที่ชาวโลกยอมรับ ดังนั้น นรก และ สวรรค์ ก็คือผลของกรรม มีผู้ถามข้าพเจ้าบ่อยด้วยคำถามอันเดียวกันนี้ว่า นรกและสวรรค์มีจริงหรือไม่  คำถามเช่นนี้ก็คงไม่ต่างกันกับถามที่ว่า จิตวิญญาณมีจริงหรือไม่ หลายพันปีมาแล้ว นับตั้งแต่มนุษยชาติได้เจริญและพัฒนาก้าวหน้ามาโดยตลอด ปัญหานี้ก็ยังคงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยมาโดยตลอด  มนุษย์ที่สงสัยและเคลือบแคลงไม่เชื่อถือ จึงกล้าที่จะกระทำความชั่ว ยิ่งผู้ที่กระทำความชั่วแล้วมักไม่ถูกลงโทษ กลับร่ำรวยและมีอำนาจ จึงยิ่งเหิมเกริม กระทำความชั่วหนักเข้าไปอีก เพราะไม่เชื่อว่านรกมีจริง ตรงกันข้ามผู้ที่เชื่อกฏแห่งกรรมก็จะสังวร ไม่กล้าที่จะกระทำความชั่ว สวรรค์จึงเป็นสุคติสำหรับผู้กระทำความดี ปัจจุบัน วิทยาศาสาตร์ก้าวหน้ามาก แม้มนุษย์จะสามารถค้นคิดคอมพิวเตอร์ได้ หรือสร้างหุ่นยนต์ได้ก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างมนุษย์ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ เพราะจิตวิญญาณไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ จึงไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ การโคลนนิ่ง ดูผิวเผินเหมือนกับการสร้างสิ่งมีชีวิต แต่ความเป็นจริงการโคลนนิ่งก็คือ การนำเซล,์จากสัตว์ผ่านกรรมวิธีเพาะเลี้ยงจนสำเร็จเป็นสัตว์ตัวใหม่ แต่เซลล์ก็คือชีวิต ชีวิตมีอยู่ด้วยจิตวิญญาณ จิตวิญญาณไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์ นรกสวรรค์ก็เป็นภพภูมิอีกมิติหนึ่ง ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตามนุษย์ได้เช่นกัน สิ่งที่มองไม่เห็นจะปฏิเสธว่าไม่มีอยู่ได้หรือไม่  ก็เฉกเช่นเดียวกับคลื่นวิทยุที่หูสัมผัสไม่ได้แต่ก็มีอยู่มิใช่หรือ เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ พิจารณาเอาเองเถิด

                                                              ด้วยความปรารถนาดี

                                                              ทพ. บัญชา  ศิริไกร 

                                                                มกราคม 2543

              ปฏิบัติศีลสมาธิและปัญญา        มีดวงตาเห็นธรรมล้ำสดใส

ได้จุติเป็นนางฟ้าสุราลัย                         ทั้งหญิงชายจงเร่งรัดปฏิบัติธรรม

จงประกอบกรรมดีกันเสียเถิด                   ชีวิตประเสริฐสู่ทางสว่างล้ำ

สะอาดสว่างสงบพบพระธรรม                    เป็นสื่อนำสู่สวรรค์นิรันดร์กาล

          ตะวันให้ความสว่างฉันใด         พระธรรมก็ให้ปัญญาฉันนั้น       

                               เที่ยวเมืองสวรรค์ 

                            ประวัติ พระอรหันต์จี้กง

        อรหันต์จี้กง                             ทรงเมตตาช่วยชาวโลก
ให้พ้นเคราะห์คลายโศก                        สุขสันติประเสริฐล้ำ
กิริยาวาจา                                       เป็นปริศนาช่วยชี้นำ
ท่านชองเสแสร้งทำ                            กระตุ้นจิตบรรลุธรรม

        พระนามเิดมของท่าน คือ  ซิวอ้วง  แซ่ลี้  เป็นชาวเมืองเทียนไถ เกิดในสมัยราชวงศ์ซ้อง ท่านได้บวชอยู่ที่วัดเล่งอุ้ง  ตำบลไซโอ้ว  เมืองหางโจว ประเทศจีน และใช้พระนามทางศาสนาว่า เต้าจี้  ท่านโปรดสัตว์โลกโดยวิธีพิศดาร จนชาวบ้านขนานพระนามว่า "พระสติเฟื่อง " (จี้เตียง)  ท่านเป็นองค์อวตารของพระอรหันต์ ได้บรรลุพระธรรม 3 ประการ  ที่สำคัญได้แก่ "สรรพสิ่งเกิดจากจิต  ท่านยึดมั่นแต่พุทธจิต ไม่คำนึงถึงเครื่องทรงภายนอก ดังคำกล่าวว่า "รักษาศีลทางจิต  ไม่ถือศีลทางปาก  ปฏิบัติตนตามสบาย"   (หมายความว่า  พระภิกษุในประเทศจีนต้องฉันเจ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ท่านไม่เคร่งครัดกับการฉันอาหาร สุดแท้แต่โอกาส)  ที่ท่านประพฤติเช่นนี้  เพราะว่าในสมัยนั้นได้แต่ถือศีลปาก  คือฉันเจ แต่ไม่รักษาศีลทางใจ  เพื่อเป็นการสอนธรรมะโดยใช้วิธีรุนแรง เหมือนเอาไม้กระบองตีให้เจ็บจนรู้สึก ท่านพยายามทำให้ภิกษุสมัยนั้นให้ตื่นจากผู้ติดอยู่ในพิธีกรรม ให้มาพิจารณาทางวิปัสสนาธุระ

         ท่านมีอิทธิฤทธิ์กว้างไกล โปรดช่วยมวลมนุษย์มากมาย โดยอาศัยวิธีการต่าง  เพื่อช่วยให้ชาวบ้านพ้นภัย ช่วยกอบกู้พวกที่ดูภายนอกเหมือนผู้มีบุญ  แต่ใจบาป  กลั่นแกล้งจนเขาเหล่านั้นรู้สึกสำนึกตัว  และกับผู้ที่โหดร้ายทารุณ จะถูกตอบโต้จนไม่สามารถจะอยู่ต่อไปได้ ทำให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข ดังนั้น ทุกผู้ทุกนามจึงสรรเสริญว่าเป็น "พระศักดิ์สิทธิ์" เหมืิิอนพระพุทธที่ยังมีชีวิต ซึ่งไม่ใช่สิ่งธรรมดาสามัญ  แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ

        พระอรหันต์จี้กงเคยอยู่วัด "เจ็งซื้อ"  ต่อมาวัดนี้ถูกไฟไหม้ จำเป็นต้องได้รับปลูกสร้างขึ้นใหม่ ซึ้งต้องการได้ไม้จากเขา "เงี้ยมเล้ง"  ท่านแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์  โดยใช้จีวรกลางออกไป ฉับพลันนั้น จีวรก็ปกคลุมเขาเงี้ยมเล้งทั้งหมด ไม้จากเขาถูกถอนขึ้นมาหมด  แล้วถูกนำลงแม่น้ำ ล่องมาสู่เมืองหางโจว เสร็จแล้วท่านก็มาบอกชาวบ้านว่า  ไม้ที่จะใช้ก่อสร้างนั้นบัดนี้อยู่ในบ่อธูป (บ่อธูปนี้เป็นบ่อที่ขุดขึ้น ใช้สำหรับเทขี้ธูปและก้านธูป)  ทั้งพระและชาวบ้านต่างไปดูที่บ่อธูป ก็ปรากฏว่าเป็นเช่นนั้นจริง สิ่งที่เล่าต่อ ๆ กันมานี้ ยังมีหลักฐานปรากฏอยู่อีกมากมาย

        พระอรหันต์จี้กงได้นั่งสมาธิ จนเข้าฌานปลงสังขาร ในรัชสมัยพระจักรพรรดิ  "เกียเตีย"  อัฐิของท่านบรรจุไว้ในเจดีย์  "เสือผ่าน"  ก่อนที่ท่านจะปลงสังขาร  ท่านได้ให้ปริศนาธรรมไว้ว่า "หกสิบปีมานีี  กำแพงตะวันออกล้มตีกำแพงตะวันตก รวบรวมจนถึงบัดนี้  ก็ยังคงเหมือนเดิม ท้องน้ำก็ยังคงจรดขอบฟ้าเช่นเดิม"  หลังจากท่านปลงสังขารแล้วไม่นาน ก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้พบพระอรหันต์จี้กงนั่งอยู่ใต้เจดีย์ ชื่อ  "หลักฮั้ว"  และยังได้ฝากหนังสือไว้บทหนึ่งว่า "หวนรำลึกสมัยก่อน มีศรยิงมาทางด้านหน้า ถึงบัดนี้รู้สึกหนาวเหน็บกระดูกไปทุกขุมขน เนื่องจากไม่มีใครรู้จักหน้าตาแล้วยังขึ้นไปวิ่งเล่นบนดาดฟ้าหนึ่งรอบ"  ที่ท่านลงมาอีกครั้งเป็นเพราะประสงค์ของมหาโพธิสัตว์

        ตลอดพระชนชีพของท่าน ได้ช่วยเหลือและอบรมชาวบ้าน โดยวิธีเสแสร้งต่าง ๆ กันมาตลอดเวลาโดยไม่มีอุปสรรค ตัวท่านเป็นพระภิกษุ และมีจิตเป็นมหาโพธิสัตว์ ท่านมีแต่จีวรขาด ๆ รองเท้าขาด ๆ คู่หนึ่ง  โดยไม่สนใจว่ามันจะเปื้อนโคลนหรือไม่  มือก็ถือพัดเล่มหนึ่ง  ไม่กลัวทั้งที่ต่ำและที่สูง ศรีษะก็โล้น  ลมก็ไม่พัด  ฝนก็ไม่ตก  ไม่ต้องมีย่าม  ไม่ต้องบิณฑบาต  เพราะไม่หิวไม่กระหาย  ไม่ต้องแต่งองค์  เพราะศรีษะไม่มีผม  พบใครก็เอาแต่ยิ้ม  เพื่อจะได้แผ่บุญ  ไม่หลบสังคม  ค้นหาเสียงทุกข์เพื่อจะให้ช่วยเหลือ ชาวบ้านนับถือ ทุกครัวเรือนมีแต่พระอรหันต์  หลักการของท่านพระภิกษุทั่วไปไม่ชอบ เนื่องจากความไม่สำรวมของท่าน ทำให้พระภิกษุที่มีความรู้ รู้สึกเสียหน้า  ไม่สบายใจ  ดังนั้น พระภิกษุผู้ใหญ่จึงไม่กล่าวขานถึง ไม่พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน

        สืบเนื่องจากพระอรหันต์จี้กงมีเมตตาจิตไม่ถือสา การปรากฏตนของท่านเอาแน่นอนไม่ได้  กิริยาวาจาล้วนเป็นปริศนาธรรม ซึ่งทำให้ธรรมะของท่านเป็นที่กล่าวขาน จนได้รับการยกย่องว่าเป็นอาจารย์ทางพระกัมมัฏฐาน แม้ว่าท่านจะละสังขารจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม แต่ธรรมะของท่านยังมีประโยชน์ต่อมวลมนุษย์เสมอมา ดังนั้น จึงได้สมัญญาว่า  เป็นพระพุทธที่ยังมีชีวิตอยู่  ก็เนื่องด้วยเหตุฉะนี้ 

        ในสมัยกลียุค มวลชนหลงไหลอยู่ในกิเลส วนเวียนอยู่ในทะเลทุกข์ อรหันต์ใจร้อนรนและเพื่อจะกอบกู้ชาวโลกอีกวาระหนึ่ง ท่านจึงยอมลงมาประทับทรง ที่  "สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง"  นี้  โดยเอาวิญญาณคุณหยางเซิงไปเที่ยวเมืองสวรรค์  เปิดเผยความลี้ลับของสวรรค์ เพื่อให้ชาวโลกได้รับรู้

        ชาวโลกนับว่าโชคดี ดังอาบน้ำฝนอันศักดิ์สิทธิ์ ออกจากทางมารโดยตลอด  สาธุ !  หนังสือเล่มนี้สำเร็จลง สืบทอดนับหมื่นปี อันนับว่าเป็นผลงานของท่าน

บทสรรเสริญ   :

        เริ่มแรกต้องตีหัว                              เพื่อปลุกตัวตื่นจากหลง
ยิ้มยื่นดอกไม้ดง                                      ยังคงเป็นปริศนาธรรม
ชีวิตคือละคร                                          สะท้อนได้เหมือนจริงจัง
สรรพสิ่งสู่จิตดัง                                       ท่องสวรรค์แลยมบาล   

                               เที่ยวเมืองสวรรค์   

                               พระราชเสาวนีย์

                       สมเด็จพระแม่เจ้าแดนสุขาวดี

        เทพธิดาสนองพระราชเสวนีย์ เทพธิดามั้วโกว  ลงประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า

        สัทธรรมอันยิ่งใหญ่          ถ่ายทอดให้เซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
สวรรค์เฝ้ารำพึง                      ถึงวิญญาณกลับถิ่นเดิม
        ตั้งแต่โบราณนับ            ความลี้ลับไม่เผยเพิ่ม
จวบฟ้านิมิตเริ่ม                     ธรรมทั้งหลายจึงประทาน

        ในราตรีกาลนี้ ข้าพเจ้าได้รับพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จพระแม่เจ้าแดนสุขาวดี ให้ประกาศแก่มวลเทพยดาและมวลมนุษย์ทั้งหลาย ขอให้เทพยดาและมวลมนุษย์ จงกราบลงและฟังประกาศ  ความว่า

        จากเอกธาตุแปรเปลี่ยนเป็นไตรวิสุทธิธาตุ  จากไตรวิสุทธิธาตุนี้ ได้ก่อกำเนิดธาตุไม้ทางทิศบูรพา  ธาตุทองทางทิศประจิม  ตรงศูนย์กลางคือธาตุดิน  ธาตุไฟอยู่ทางทิศทักษิณ  และธาตุน้ำทางทิศอุดร  เมื่อธาตุทั้งห้าครบองค์  วิถีแห่งจักรวาลจึงเริ่มเคลื่อนหมุน  ธาตุไม้ (บิดา)  ธาตุทอง (มารดา)  ได้ผสมผสานกันขึ้น ได้ก่อกำเนิดวิญญาณขึ้นเก้าสิบหกดวง แผ่คลุมไปทั่วสากลโลก

        มาบัดนี้  สังคมโลกแหลกเหลวเลอะเทอะ ศีลธรรมของมนุษย์ถูกทำลายไม่เหลือหลอ ทำให้แม่นี้สังเวชยิ่ง จึงมีบัญชาให้สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง แห่งเมืองไถ่ตง เิปดสำนักประกาศสัจธรรม เพื่อให้ผู้คนเลิกหลงงมงาย ศิษย์ในสำนักต่างอุทิศพลังกายและจิต ด้วยความศรัทธาไม่ยิ่งหย่อน รัศมีธรรมะได้พุ่งโรจน์สู่สวรรค์

        หลังจากหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ได้แต่งสำเร็จลุล่วงลงสู่สายตาของชาวโลกได้ช่วยมนุษย์ไปอย่างกว้างขวาง ถึงแม้กระดาษจะแพง แม้นมีคนต้องการอ่านและสามารถกลับใจประพฤตธรรมได้ก็ย่อมคุ้มค่าในการลงทุน ช่วยเหลือเหล่าวิญญาณให้หลุดพ้นจากกิเลส ได้บุญกุศลมาไม่น้อยทีเดียว

        แม่มีความห่วงใยลูก (มนุษย์)  ทั้งหลาย ที่ได้รับทุกขเวทนามากมาย ก่อกรรมทำเข็ญไม่หยุดหย่อน ใจแม่นี้ทนเวทนาไม่ได้ ด้วยเหตุฉะนี้ ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม ( 26 พ.ค. พ.ศ. 2522)  ณ  หน้าวิมานบ้อเก๊ก  ได้เปิดประชุมทั้ง  3  ภพขึ้น  เนื่องด้วยความลับแห่งยมโลกได้ถูกเปิดเผยไปแล้วได้ช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากมาย ได้อย่างเกินคาด ทำให้ผู้คนสามารถปิดหนทางไปสู่นรกได้  ก็สามารถที่จะอุบัติขึ้นในสวรรค์ได้ ดังนั้น วันนี้จึงใคร่เปิดเผยทัศนียภาพแดนสวรรค์  เพื่อนำพาเหล่าวิญญาณได้กลับคืนสู่สวรรค์ เพื่อความกลมกลืนของเอกธาตุอีกครั้ง ต่างเสวยสุขในสวรรค์กาลนาน

        แม่จึงมีเสาวนีย์  ให้จัดทำหนังสือ "เที่ยวเมืองสวรรค์"  ขึ้น  โดยการนำของ พระอรหันต์จี้กง นำวิญญาณนักทรงเอกเที่ยวชมเมืองสวรรค์ เพื่อบันทึกคัมภีร์อมตะ เป็นมรดกสืบทอดตลอดกาล จึงมีคำสั่งให้ทั้งสามภพว่า เมื่อวิญญาณของนายหยางเซิงไปถึง ให้เปิดประตูต้อนรับ ห้ามปฏิเสธ  หากมีการฝ่าฝืนราชโองการ ก็จะได้รับโทษมหันต์  ขอให้ศิษย์สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง จงมีศรัทธาตั้งมั่น มีวิริยะอุตสาหะ จนกว่าหนังสือจะแล้วเสร็จ ก็จะได้ปูนบำเหน็จ

                                               จงแสดงความเคารพ   จงอย่าประมาท

                                                ให้กราบขอบพระคุณพระราชเสาวนีย์       

                                                  สั่ง ณ วันขึ้น  5  เดือน 5  ปีมะแม     

                                                ตรงกับวันพุธที่  30  พฤษภาคม  2522

                             เที่ยวเมืองสวรรค์   

                  เทวโองการ พระบรมจักรพรรดิ์จอมเทพเจ้า

                            (ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้)

          สมุหนายกแห่งตำหนักทอง เทวดาชื้อประทับทรง กล่าวเป็นกลอนว่า

        สำนักทรงรับบัญชา                 มาแต่งคัมภีร์สวรรค์
โปรดช่วยเหลือเกื้อกัน                      ธรรมะำนำสามโลกชู
        ท่องนรกจบลงแล้ว                  หนทางแผ้วสว่างรู้
เหนือเมฆินทร์ถิ่นที่อยู่                      หมู่เทวะทิพย์พิมาน

        ค่ำคืนนี้ ข้าพเจ้า ได้นำเทวโองการ ของท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ มาประกอบขอให้เทพยดา  และมนุษย์ จงก้มกราบรับฟังเทวโองการ  ความว่า

        ข้า ฯ  สถิตแดนสวรรค์ จิตเป็นห่วงศีลธรรมมนุษย์ เห็นความเสื่อมทรามของผู้คน แม้ขุมนรกจะสร้างเพิ่มเติมสักเท่าใด ก็ตาม ก็ไม่เพียงพอ ส่วนวิมานใหญ่แดนสวรรค์ไร้เทพสถิต  ในวโรกาสโปรดสัตว์สามโลก สัทธรรมถ่ายทอดสู่มนุษย์โลก เพื่อมวลมนุษย์มีศีลธรรมดีขึ้น จึงได้เสด็จลงทรง ณ  สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตง  ไต้หวัน  จะได้ขัดเกลาสั่งสอนผู้คน ให้ธรรมะแพร่หลาย ธรรมสารช่วยให้ผู้คนเลิกหลงงมงาย เป็นกุศลบารมี

        ตั้งแต่หนังสือเที่ยวเมืองนรกออกสู่สายตาโลก แผ่นดินดูสดใส ยานเมตตากอบกู้สัตว์โลก ผู้ได้รับธรรมะหันหลังให้กับบาป ผู้บำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นเหลือคณานับ  จิตข้า ฯ เบิกบานยิ่ง  เพราะเมื่อสภาพขุมนรกถูกเปิดเผยแล้ว ทัศนียภาพแดนสวรรค์ จะเปิดเผยบ้างไม่ได้เชียวหรือ ดังนั้น ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม  (วันที่ 26 พค. พ.ศ. 2522) จึงได้เปิดประชุมทั้งสามภพ โดยมีเหล่าเทวดา และโพธิสัตว์มากมายร่วมประชุมพร้อมเพรียงกัน เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์เป็นสำคัญ จึงเปร่งเสียงพร้อมกันทั้งสามภพ ให้เปิดเผยสภาพแดนสวรรค์สู่สากลโลก เพื่อให้สังคมโลก ร่มเย็นโดยทั่วกันอย่างรวดเร็ว  จึงมีบัญชาขอให้ท่านอรหันต์จี้กง ได้นำพาวิญญาณนายหยางเซิง ท่องเที่ยวสรวงสวรรค์  ตื่นตาตื่นใจกับทิพย์พิมาน รับฟังสัทธรรมเพื่อสั่งสอนผู้คน และเมื่อหนังสือแต่งสำเร็จลงเมื่อไร มนุษย์ก็จะรู้สภาพ "ความทุกข์ทรมานของขุมนรก และ ความสุขสบายของสรวงสวรรค์ "  เป็นที่หมายของทุก ๆ คนที่จะแสวงหาสัทธรรม  เพื่อบรรลุสู่สวรรค์  เหนือเมฆินทร์แดนนิพพาน เสวยทิพย์สุขกาลนาน

        หนังสือ "เที่ยวเมืองสวรรค์" นี้ ให้เขียนแต่งในวันลงประทับทรงจนกว่าจะแล้วเสร็จ มีคำสั่งมายัง ด่านทุกด่านทั้งสามภพ หากพบนายหยางเซิงมาเยี่ยมชม ก็ให้เปิดประตูต้อนรับ ช่วยกันจัดแต่งหนังสือ หากใครขัดคำสั่ง จะลงโทษอย่างหนักไม่ละเว้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศิษย์ทั้งหลายจะร่วมแรงร่วมใจกัน เทิดทูนสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ บุญบารมีมห่ศาล จะได้รับกันทั่วหน้า เมื่อหนังสือสำเร็จลง ทั้งเทพและมนุษย์

        ขอให้เทพและมนุษย์จงปฏิบัติตามคำสั่ง โดยเคร่งครัด

                               ประกาศ  ณ  วันขึ้น  5  ค่ำ  เดือน 5  ปีมะแม
                     
                                ตรงกับวันพุธที่ 30  พฤษภาคม  พ.ศ. 2522 

                               เที่ยวเมืองสวรรค์ 

                               คำอนุโมทนาของ

                             พระศาสดาแห่งเต๋า

                 พระวิสุทธิเทพ ไท้เสียงบ้อเก๊กฮุ้งง้วน

            เสด็จลงประทับทรง  กล่าวเป็นกลอน  ความว่า

        พระนิพพานแดนสุขี              มีเอกธาตุบริสุทธิ์
บรรยายกาศอบอุ่นผุด                  ธรรมสุดแผ้วปกคลุมทั่ว
แดนสราญศักดิ์สิทธิ์เพิ่ม                ถิ่นดั้งเดิมอยู่สุดขั้ว
ทิพย์อาสน์หยกไร้ขุ่นมัว                ปราสาทบัวงามเฉิดฉาย
อยากหลุดพ้นการหมุนเวียน            เพียรตัดหกทวารทลาย
เมล็ดบาปต้องละคลาย                 สักการะแด่สวรรค์
เตาไฟร้อนหลอมสุวรรณ                ผุดผ่องพลันดั่งเทพธรรพ์
ปรมัตถสัทธรรม                          ควรเร่งทำบำเพ็ญเพียร

        ตำนานท่านกล่าวไว้ "อันวัตถุต้องมีต้นมีปลาย การงานต้องมีเริ่มต้นและสิ้นสุด เมื่อรู้จักอันไหนก่อนอันไหนหลัง ก้แสดงว่าใกล้บรรลุธรรมแล้ว"  มนุษย์เกิดมาจากที่ไหน ตายไปแล้วกลับไปที่ไหน ตั้งแต่โบราณมา นักปราชญ์ย่อมล่วงรู้เรื่องราวของ ผี  เทวดา  ฟ้า  ดิน  และสัทธรรมของฟ้าดิน  จึงได้เผยแพร่สัทธรรมเรื่อยมา เพื่อจะได้คลายความสงสัย การเกิดดับของมนุษย์ ศาสนาช่วยชี้ช่องทางแห่งการเกิดการดับ แต่ว่าปัจจุบันนี้ ความทะยานอยากของมนุษย์เต็มไปหมด หากไม่ได้รับการขัดเกลาจากพระศาสนาแล้ว ก็ไม่สามารถทำให้จิตใจของมนุษย์ผุดผ่องสะอาดได้ ยากที่จะมีสภาพจิตบริสุทธิ์ดั่งเดิมได้ เนื่องจากพระศาสดาได้ปรินิพพานไปนานแล้ว ความเข้าใจในหลักธรรมของคนสมัยใหม่มักเพี้ยนไป จนไม่สามารถยึดถือเป็นหลักได้  ยิ่งคนในสมัยนี้ให้ความสำคัญต่อสิ่งที่พยานหลักฐานทางวัตถุนิยม สิ่งที่มองไม่เห็นไม่อาจจับต้องจึงถูกปฏิเสธ ดังนั้น จิตใจจึงเต็มไปด้วยวัตถุนิยม  ส่วนวิญญาณและจิตใจกลับอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวชีวิตไม่มีที่ยึดเหนี่ยว การก่ออาชญากรรมจึงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

        พระแม่เจ้าแดนสุขาวดี  ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้  ทรงตระหนักในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ จึงได้มีเทวโองการ ขอให้ท่านอรหันต์จี้กง นำวิญญาณนายหยางเซิงคนทรงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งไปเที่ยวเมืองนรกเปิดเผยการรับกรรมของคนบาป แต่งหนังสือ  "เที่ยวเมืองนรก"  เสมือนหนึ่งเป็นหลักเอกที่ต้านความชั่วร้าย และเป็นการปลุกปลอบผู้คนให้ประกอบแต่กรรมดี เพื่อจะได้ขึ้นบันไดสู่สวรรค์ เสพสุขหรรษาในแดนสวรรค์ มาบัดนี้ ได้ให้ไปเที่ยวเมืองสวรรค์อีกคำรบหนึ่ง เพื่อแต่งหนังสือ  "เที่ยวเมืองสวรรค์"  เพื่อเปิดเผยสภาพความเป็นอยู่ของเทวดาอย่างแท้จริง พระศาสดาไไท้เสียง กล่าวต่อว่า "โชคลาภหรือฆาตเคราะห์ใด ๆ ไม่มาเยือนท่าน นอกจากท่านจะก่อขึ้นมาเองเท่านั้น การสนองตอบของบาปบุญคุณโทษ จึงเป็นเงาตามตัวตลอดเวลา"  ซึ่งหนังสือ  2 เล่มนี้ จะเป็นภาพสะท้อนความจริงอย่างดีเลิศ คนเราเกิดมาจากฟ้าสวรรค์ เมื่อตายควรกลับคืนสู่สวรรค์ ซึ่งเป็นหนทางอันถูกต้อง ผู้ที่ใคร่ให้วิญญาณตนกลับคืนสู่สุคติภูมิ เสวยสุขกาลนาน จึงควรมุ่งสู่หนทางแห่งธรรมะเท่านั้น

        หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะเปิดเผยถึงทิวทัศน์อันพิศดารแดนสวรรค์แล้ว ยังได้ถ่ายทอดคำเทศนาธรรมของเทพยดา และพระพุทธเจ้าทั้งหลาย มหาสัทธรรมได้ถูกเปิดเผยสู่ชาวโลก นับเป็นบุญกุศลของมนุษย์ ผู้ที่มีหนังสือนี้ควรใฝ่ใจศึกษา เพื่อชำระล้างวิญญาณให้สะอาดเพื่อจะได้กลับสู่สวรรค์ ทางไปสู่สวรรค์หรือหนทางสู่ธรรมะ จึงหวังว่าจะรู้สำนึกตน จะได้ขึ้นสวรรคืพร้อมเพรียงกัน อันเป็นที่ปรารถนาของข้าฯ

                                  พระวิสุทธิเทพไท้เสียงบ้อเก๊ก

                             วันที่  16  เดือน 12  ปีวอก  (ของจีน)

                        ตรงกับวันศุกร์ที่  20  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  2524         

คำอนุโมทนาของ สมเด็จพระชนนีเจ้าแห่งสระทิพย์
เสด็จลงตรัสเป็นกลอนว่า

          สมเด็จแม่ผู้ชิดเชื้อ            คอยเอื้อเฟื้อแต่ปางก่อน
เฝ้าเพียรปลูกท้อทิพย์                  ประทานเป็นนิจผู้ทรงธรรม
ทรงแปลงเป็นแม่กวนอิม               ยินดีปลดทุกข์โทษทัณฑ์
พระเมตตาแนะนำ                        คำปลอบเตือนให้เร่งเพียร

          แดนสวรรค์ผุดผ่องเพียร       ควรฝึกเรียนแสวงหา
เส้นทางสำเร็จมรรคผล                 หนทางเดียวไม่มีสอง
ทุกทุกบทล้วนบันทึก                  เหตุล้ำลึกทางสายทอง
คุณธรรมดั่งแทรกซ้อง                 ปกคลุมทั่วปฐพี

          เจริญพร !  สุขาวดี ก่อเกิดวิญญาณดวงบริสุทธิ์ในสมัยเริ่มแรก เมื่อจุติลงเพื่อบุกเบิกในโลกมนุษย์ ในระยะแรก ๆ ผู้คนมีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ลืมชาติกำเนิด เมื่อหมดอายุขัยในโลก วิญญาณก็กลับสู่สวรรค์ ต่อมาภายหลังจิตคลุกคลีกับฝุ่นกิเลสมากเข้า จิตประภัสสรจางหายไป นานวันก็ลืมชาติกำเนิด จมดิ่งอยู่ห้วงแห่งกรรม หมกมุ่นอยู่ในทะเลแห่งทะยานอยาก เห็นมนุษย์ภูมิเป็นแดนสุขี ดังนั้น จิตใจยิ่งจมลึกลงทุกที สร้างเวรสร้างกรรม กลายเป็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาป จึงจำเป็นต้องสร้างขุมนรก เพื่อจะได้รับโทษทัณฑ์เป็นการฝึกอบรมจิตใจ หวังที่จะได้หวนกลับคืนสู่จิตเดิม

        แม่ได้เคยอวตารเป็นพระแม่กวนอิมและพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์องค์อื่น ๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้คน หูแม่คอยสืบฟังเสียงทุกข์ร้อนและไปช่วยเหลือตามควรแก่วาสนาของชาวโลก  สมัยนี้ วิทยาการทันสมัย มีฝีมือผลิตอุปกรณ์การเดินทางไปในอวกาศได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่เจริญธรรมให้ได้ดีเทียบสมัยโบราณได้ วิญญาณธาตุกลายสภาพเป็นวัตถุธาตุเข้าทุกที บาปเวรเหลือล้น นรกมีทีท่าว่าจะหล้นคุก น่าเวทนายิ่งนัก

        แม่ คิดอยู่เสมอว่า สรรพสัตว์ล้วนมีชาติกำเนิดจากแหล่งเดียวกัน ทั้งจักรวาลเป็นหนึ่งเดียว แม่ไม่อาจทนเห็นจิตเดิมของสรรพสัตว์หลงงมงายหมกมุ่นอยู่ในโลกีย์ ก่อกรรมทำเข็ญ ดังนั้น จึงมีพระเสาวนีย์ ขอให้อรหันต์จี้กงนำวิญญาณนายหยางเซิง ไปท่องเที่ยวเมืองนรก เพื่อรวบรวมหลักฐาน ของวิญญาณบาปทั้งหลายที่ได้รับโทษทัณฑ์ในขุมนรก เปิดเผยให้ชาวโลกได้รับรู้ไว้ และเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ก่ออาชญากรรมอีก ยับยั้งความทะยานอยากของมนุษย์ วันนี้ จึงมีพระเสาวนีย์อีกครั้ง ให้แต่งหนังสือ  "เที่ยวเมืองสวรรค์"  ขอให้ท่านอรหันต์จี้กงนำพาวิญญาณนายหยางเซิงไปเที่ยวเมืองสวรรค์ นำเอาความงดงามของสวรรค์ให้ชาวโลกรับทราบ จะได้โน้มน้าวจิตใจให้ใฝ่แต่กรรมดี วิญญาณจิตรุ่งโรจน์ขึ้น มารยาทงดงามสูงส่ง เป็นที่หมายในการกลับภายหลังสิ้นอายุขัยแล้ว จิตวิญญาณจะได้อุบัติในแดนสวรรค์ เสวยสุขกาลนาน ไม่ต้องหมุนเวียนอีก

        เวลาผ่านไปครึ่งปี  ลูกหยางได้ผ่านพ้นความลำบากต่าง ๆ นานา ในการท่องสวรรค์ วันนี้หนังสือได้แต่งสำเร็จลง แม่รู้สึกปิติอย่างยิ่ง ผลท้อทิพย์ข้างสระทิพย์กำลังสุกปลั่ง รอคอยจนกว่าลูก ๆ จะได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว  รู้ความเป็นมาของจิตวิญญาณ จะได้ขยันประกอบแต่กุศลกรรมเพื่อบรรลุสัทธรรมอันยิ่งใหญ่ จะได้อยู่ในแดนที่ปราศจากทุกข์  ในสรวงสวรรค์สืบไป  ทั้งหมดนี้เป็นที่สุดปรารถนาของแม่ จึงเขียนคำอนุโมทนาให้ไว้

ณ  วันที่  16  เดือน  12  ปีวอก (ของจีน)   
ตรงกับวันศุกร์ที่  20  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2524
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09/04/2014 เวลา 18:01 น.
โดย ติ๊กน้อย
»